Categories
Uncategorized

ประวัติ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

เข้ามาเสริมเกมรุกให้กับหงส์แดงลิเวอร์พูล หลังจากที่เขาย้ายมาจากเชลซีในวันที่ 2 มกราคม 2013 ufa1688

กองหน้ารายนี้เกิดที่เมืองเบอร์มิงแฮมในวันที่ 1 กันยายน 1989 และเริ่มเล่นฟุตบอลด้วยการเป็นผู้เล่นเยาวชนที่สโมสรในบ้านเกิดของเขาเองอย่าง แอสตัน วิลล่า ก่อนจะย้ายไปโคเวนทรี และ Manchester City ในปี 2003

เกมแรกที่เขาเจอกับหงส์แดงลิเวอร์พูล เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ปี 2006 ขณะที่เขาคือผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดของซิตี้ในตอนนั้น สเตอร์ริดจ์ ยิงไป 4 ประตูนำทีมทะลุเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ แต่ทีมเยาวชนของหงส์แดงลิเวอร์พูลพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าด้วยการเอาชนะซิตี้ 3-2

ฟอร์มอันน่าประทับใจในชุดเยาวชน ทำให้เขาได้รับสัญญาผู้เล่นอาชีพฉบับแรก และออกสตาร์ทฤดูกาล 2006-07 ด้วยการซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี
จนกระทั่งได้ลงเล่นเกมแรกด้วยการลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมที่พบเรดดิ้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2007 ก่อนที่ดาวรุ่งรายนี้จะต้องพักนาน 9 เดือน เพื่อรักษาอาการเดี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกของเขา

หลังจากรักษาอาการบาเจ็บแล้ว เขากลับมาตั้งใจทำผลงานให้กับทีมอีกครั้ง ก่อนจะทำประตูแรกให้กับตัวเองในทีมชุดใหญ่ได้ในเดือนมกราคม 2008 และหลังต่อไป 3 วัน เขาได้รับโอกาสลงเล่นเต็มเกมในเกมที่พบดาร์บี้

เขาจบฤดูกาล 2007-08 อย่างสวยงาม แม้ว่าจะเล่นในทีมเยาวชนเป็นส่วนมากก็ตาม เมื่อเขาคว้าดาวซัลโว และพาMan Cityคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพได้สำเร็จ
หลังจากฤดูกาลดังกล่าว สเตอร์ริดจ์ เริ่มมีบทบาทในทีมชุดใหญ่ของMan City เขาลงสนาม 16 เกม และยิงได้ 4 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ ด้วยการเล่นที่พัฒนาอย่างเรื่อยๆ ทำให้เขาคว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรไปครอง

ยังไงก็ตาม รางวัลที่เขาได้รับเป็นเพียงรางวัลเดียวที่ได้กับ เรือฝบสีฟ้า เนื่องจากเขาต้องย้ายไปร่วมทีมเชลซีในเดือนกรกฎาคม 2009

หลังจากสร้างความประทับใจให้กับทีมใหม่ เขาได้ลงเล่นเกมแรกในทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ในเกมที่พบซันเดอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม 2009 และออกสตาร์ทตัวจริงครั้งแรกในเกมลีก คัพ ที่พบโบลตัน

หลังจบฤดูกาลแรกกับเชลซี สเตอร์ริดจ์ คว้าดาวซัลโวเอฟเอ คัพ ด้วยจำนวน 4 ประตู ก่อนที่ทีมดังจากลอนดอนจะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการเอาชนะพอร์ทสมัธ 1-0 ที่เวมบลีย์

ฤดูกาล 2010-11 สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกในเกมที่พบเอ็มเอสเค ซิลิน่า จากสโลวาเกีย และยิง 4 ประตูจาก 21 เกมที่ลงเตะ ยังไงก็ตาม ในวันสุดท้ายก่อนปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นเดือนมกราคม ปี 2011 เขาย้ายไปเล่นให้โบลตันแบบยืมตัว

สเตอร์ริดจ์ เริ่มฉายแววในถิ่นรีบอร์ค สเตเดี้ยม เมื่อเขาทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงเตะ และทำประตูอย่างสม่ำเสมอในพรีเมียร์ ลีก ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยจำนวน 8 ประตูจาก 12 เกมที่ลงเตะให้โบลตัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิงประตูไอ้ปืนใหญ่อีกด้วย

ต่อไปเขากลับมายังเชลซีอีกครั้ง กุนซือคนใหม่ของทีมอย่าง อังเดร วิลลาส-โบอาซ มักจะใช้งาน สเตอร์ริดจ์ ในตำแหน่งริมเส้น ด้วยการให้เขาพยายามเลี้ยงตัดเข้าในจากตำแหน่งริมเส้นทางด้านขวาเป็นประจำ

เขามีชื่อบนท้านั่งสำรองในเกมรอบชิงฯ ทั้งในเอฟเอ คัพและแชมเปี้ยนส์ ลีก และจบฤดูกาล 2011-12 ด้วยจำนวนประตู 13 ลูก

และเวลาสำหรับเขากับเชลซีก็จบลง เมื่อ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ดึงตัว สเตอร์ริดจ์ ไปร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายผู้เล่นเดือนมกราคม 2013

สเตอร์ริดจ์ ใช้เพียง 7 นาทีในการทำประตูแรกให้กับหงส์แดงลิเวอร์พูล ในเกมเอฟเอ คัพที่พบแมนฟิลด์ ทาวน์ ในวันที่ 6 มกราคม 2013

หลังต่อไป สเตอร์ริดจ์ กระหน่ำทำประตูในเกมที่พบปีศาจแดงในอีกอาทิตย์ถัดมา ร่วมถึงเกมเปิดบ้านที่พบนอริชด้วย นั่นทำให้ สเตอร์ริดจ์ กลายเป็นผู้เล่นหงส์แดงคนแรกในรอบ 40 ปีที่ทำประตูได้ติดต่อกัน 3 เกมแรก

การทำประตูได้อย่างเรื่อยๆ แสดงให้เห็นสัญชาตญาณในการทำประตูของเขา โดยหลังต่อไป เขาทำคนเดียว 3 ประตูแรกในอาชีพค้าแข้งได้สำเร็จในเกมที่หงส์แดงเอาชนะฟูแล่ม 3-1 ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2013

แม้ สเตอร์ริดจ์ จะมีอาการเดี้ยงในช่วงพรีซีซั่นฤดูกาล 2013-14 แต่เจ้าของหมายเลข 15 ก็สามารถกลับมาทำประตูได้ 5 เกมติดต่อกัน และพัฒนาฟอร์มการเล่นจนกลายเป็นคู่หูในแดนหน้าคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว แดเนี่ยล ซัดทำประตูมากกว่า 20 ลูกให้กับหงส์แดง ช่วยให้สโมสรคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ ลีก และถูกวางเป็นกองหน้าตัวหลักให้กับทีมชาติเมืองผู้ดี

เขามีชื่อลุ้นรางวัลทั้งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอและผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของพีเอฟเอ ซึ่ง 21 ประตูที่ สเตอร์ริดจ์ ทำได้ เป็นรองแค่คู่หูของเขาอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ในตำแหน่งดาวซัลโวเท่านั้นเอง

หลังจากมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมแล้ว เขาเดินทางไปเล่นฟุตบอลโลกที่บราซิล 2014 และสามารถทำประตูได้ในเกมแรกของทัวร์นาเม้นท์ที่แพ้อิตาลี 2-1 อีกด้วย

สเตอร์ริดจ์ เริ่มต้นฤดูกาล 2014-15 ได้อย่างสุดยอด เขาทำประตูได้ในเกมแรกที่ชนะเซาแธมป์ตัน ก่อนจะต่อสัญญาระยะยาวกับทีมในเดือนตุลาคม 2014

ฤดูกาล 2014-15 เป็นหนึ่งในฤดูกาลที่น่าเสียใจของเขา เขาห่างหายไปจากสนามเป็นเวลานาน และใช้เวลาไปในการรักษาอาการเดี้ยงนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *