Categories
ประวัตินักฟุตบอล

กริสเตียน เอสตัวนิ

ufa1688 กริสเตียน ริการ์โด เอสตัวนิ กูร์เบโล (สเปน: Cristhian Ricardo Stuani Curbelo; เกิดวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1986) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอุรุกวัย ปัจจุบันลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลฌิโรนาและทีมชาติอุรุกวัยในตำแหน่งกองหน้า

เขาเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลกับสโมสรดานูบิโอ และย้ายไปเรจจีนาใน ค.ศ. 2008 และใช้เวลาค้าแข้งส่วนใหญ่ในประเทศสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอัสปัญญ็อล ต่อมาใน ค.ศ. 2015 เขาย้ายไปมิดเดิลส์เบรอ สโมสรในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 2017 เอสตัวนิเซ็นสัญญากับฌิโรนา สโมสรที่ในขณะนั้นพึ่งเลื่อนชั้นมาเล่นในลาลิกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบันเขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดให้กับสโมสรตลอดกาล

เอสตัวนิลงเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัยครั้งแรกใน ค.ศ. 2012 และได้ติดทีมชาติชุดแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 และ ฟุตบอลโลก 2018 รวมถึงโกปาอาเมริกาอีกสองครั้ง นอกจากนี้ เขายังถือหนังสือเดินทางอิตาลี

อัสปัญญ็อล
หลังจากเรจจินา ปล่อยยืมตัวเขาไปสโมสรอื่นถึง 3 ปี ในช่วงตลาดหน้าร้อนปี ค.ศ. 2012 เอสตัวนิได้ย้ายเข้าร่วมทีม อัสปัญญ็อล ด้วยสัญญา 4 ปี

ในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2012 เอสตัวนิได้ลงเล่นนัดแรกในเกมกับเรอัลซาราโกซา เขายังทำหนึ่งประตูได้อีกด้วย ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 1–0 ก่อนที่จะโดนแซงชนะไป 1-2 ที่เอสตาดีกูร์เนยา-เอลปรัต

ในฤดูกาลสุดท้ายของเขาเอสตัวนิเป็นผู้ทำประตูสูงสุดลำดับ 2 ของทีมที่ 15 ประตูซึ่งมีเพียงเซร์คิโอ การ์เซีย ที่มากกว่าเขาที่ 19 ประตู

มิดเดิลส์เบรอ
ในวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 มิดเดิลส์เบรอ ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อตัว เอสตัวนิ โดยมีค่าตัวอยู๋ที่ 3 ล้าน ยูโร เขาได้ลงเล่นในลีกครั้งแรกในวันที่ 9 สิงหาคมในเกมที่ออกไปเยือนเพรสตันนอร์ทเอนด์ ที่ดีปเดล จากการเป็นตัวสำรองลงมาแทนที่ กีเก ในนาทีที่ 77 โดยผลจบลงที่การเสมอ 0–0 ในอีก 3 วันต่อมาเอสตัวนิได้ลงเล่นใน ฟุตบอลลีกคัพ รอบแรก พบกับ โอลดัมแอทเลติก ที่ บอนด์เดรี พาร์ค โดยเขาทำประตูแรกให้กับสโมสรได้ในเกมนี้ ช่วยให้ต้นสังกัดของเขาเอาชนะไป 3–1 ในวันที่ 25 สิงหาคม ในฟุตบอลลีกคัพ รอบที่สอง ซึ่งทีมของเขาออกไปเยือน เบอร์ตันอัลเบียน เอสตัวนิ สามารถทำประตูตีเสมอเป็น 1–1 ได้ใน 90 นาทีก่อนที่ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เขายังทำเพิ่มได้อีก 1 ประตูช่วยให้ทีมเอาชนะด้วยผลคะแนน 1–2

เอสตัวนิ ทำประตูแรกในลีกได้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 ในเกมที่เอาชนะ เชฟฟีลด์เวนส์เดย์ 1–3 เป็นประตูสุดท้ายในนาทีที่ 86

ในวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2015 เอสตัวนิ ทำประตูได้จากการเปิดบอลมาของ สจวร์ต ดาวนิง ในวินาทีที่ 41 เป็นประตูเดียวในเกมกับ เชฟฟีลด์เวนส์เดย์ ซึ่งเกมนั้นทำให้ มิดเดิลส์เบรอ ขึ้นสู่ลำดับสูงสุดบนตารางคะแนน หลังจากนัดนั้นทีมของเขาก็คงอันดับต้น ๆ ของตารางตั้งแต่นั้นมาใน ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ในวันที่ 7 พฤษภาคม เขาได้ลงเล่นในเกมที่เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ซึ่งนั่นทำให้ มิดเดิลส์เบรอ เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2016 เอสตัวนิทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ได้ในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ช่วยให้ทีมเอาชนะไป 2–1 ที่สนามสเตเดียมออฟไลต์

ฌิโรนา
ในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 เอสตัวนิ ย้ายเข้าร่วมทีม ฌิโรนา สโมสรในสเปนที่พึ่งเลื่อนชั้นมาในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร โดยไม่เปิดเผยค่าตัว เขาลงเล่นให้กับสโมสรเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเปิดสนามเอสตาดี มอนตีลีบีพบกับ อัตเลติโกมาดริด และยังทำ 2 ประตูในเกมนี้ โดยผลจบลงที่เสมอกัน 2–2

เอสตัวนิ ลงเล่นไป 33 นัดในลีก ในฤดูกาลแรกกับฌิโรนา และเป็นผู้ทำประตูสูงสุดเป็นลำดับที่ 5 ในลีก จากการยิง 21 ประตู ช่วยให้ทีมจบอับดับที่ 10 บนตารางคะแนนลาลิกา, ในวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2019 เอสตัวนิทำได้หนึ่งประตูในเกที่พบกับบาเลนเซีย ซึ่งเป็นประตูที่ 38 ให้กับฌิโรนานั่นทำให้เขาเป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดตลอดกาลของสโมสร

ทีมชาติ
เอสตัวนิลงเล่นทีมชาติครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ในนัดกระชับมิตรที่บุกไปชนะโปแลนด์ 3–1 ต่อมาวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2013 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ ในนัดที่เอาชนะโคลอมเบีย 2–0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่ประเทศอุรุกวัย, ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 เขาทำประตูได้ในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟระหว่างประเทศของฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก พบกับ จอร์แดน นัดแรก ที่อัมมานอินเตอร์เนชันแนลสเตเดียม ซึ่งทีมของเขาเอาชนะด้วยผลคะแนน 5–0 ซึ่งทำให้อุรุกวัยผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย

ผู้จัดการทีมชาติอุรุกวัย โอสการ์ ตาบาเรซ เลือกเอสตัวนินิติดทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่ประเทศบราซิล เขาทำประตูในนัดกระชับมิตรก่อนจะแข่งขันฟุตบอลโลกในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ซึ่งพบกับไอร์แลนด์เหนือ หลังจากลงมาเล่นแทน ดิเอโก ฟอร์ลัน และยังทำได้ 1 ประตูได้ในเกมที่พบกับสโลวีเนีย เขาได้รับโอกาสลงเล่นในนัดแรกของฟุตบอลโลก 2014 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งแพ้ให้กับคอสตาริกา ไป 1–3 ตลอดการแข่งขันเขาทำประตูไม่ได้ และอุรุกวัยตกรอบในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ในปีต่อมา เอสตัวนิ มีชื่อติดทีมโกปาอาเมริกา 2015 ที่ชิลี เอสตัวนิได้ลงเล่นจากการถูกเปลี่ยนตัวลงมาใน 2 นัด ในรอบแบ่งกลุ่ม ที่พบกับ ปารากวัย และ จาเมกา โดยอุรุกวัยตกรอบในรอบก่อนรองชนะเลิศ

เอสตัวนิ มีชื่อติดทีม 23 คนสุดท้ายของทีมชาติอุรุกวัย เพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย ตัวเขาได้ลงเล่นนัดแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน ในเกมที่เอาชนะ โปรตุเกส 2–1 ใน รอบ 16 ทีมสุดท้ายจากการถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ของ เอดินซอน กาบานิ ผู้ทำประตูทั้งสอง, ในนัดถัดมาในรอบก่อนรองชนะเลิศ กับฝรั่งเศส เอสตัวนิได้รับโอกาสเป็นตัวจริง แต่เขามีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 59 ซึ่งสุดท้ายอุรุกวัยแพ้ไป 2–1 ทำให้ตกรอบไปในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *